CU TOGETHER

Our Service

บริการให้คำปรึกษาเพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้ง

ผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการวิจัย เพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น โอกาสใหม่ทางธุรกิจ

waste material

วิเคราะห์และประเมิน ศักยภาพของวัสดุเหลือทิ้ง

ศึกษา คุณสมบัติ และองค์ประกอบของวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำไปพัฒนา

agricultural product

พัฒนากระบวนการ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

ออกแบบและพัฒนากระบวนการแปรรูปที่เหมาะสม เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้ง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า

extraction-of-compounds

สกัดและแปรรูปสารสำคัญ จากวัสดุทางการเกษตร

ให้คำปรึกษาและพัฒนากระบวนการสกัดสารสำคัญจากวัตถุดิบ เพื่อให้ได้สารสกัดที่มีคุณภาพ สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้

technology

ให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยี และกระบวนการผลิต

ให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการผลิต การปรับปรุงกระบวนการ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

Our Expertise inSustainable Innovation

เราให้บริการแก่ผู้ประกอบการ โรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ด้วยมาตรฐานและความเชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้

CU TOGETHERCU TOGETHER's Journey


mock-image-alt

จากนักปีนเขาสู่ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

BusinessEco-friendly

เรื่องราวของบริษัทเราเริ่มต้นจากการพบกันของคน 3 คน ที่มีความหลงใหลในเรื่องเดียวกัน – การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยคุณวิทิตนันท์ โรจนพานิช นักปีนเขาผู้พิชิตยอดเอเวอเรสต์ ผู้ที่ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญจากภูเขายิ่งใหญ่ว่า "ชีวิตคือโอกาส และโอกาสสำคัญของชีวิตคือโอกาสของการได้ลงมือทำตามความฝัน และทำสิ่งที่เป็นประโยชน์" หลังจากได้เห็นความงดงามของธรรมชาติบนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก เขาตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความจำเป็นในการหันมาใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าดร. วิษณุ พะลายานนท์ วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์และมีประสบการณ์ในโลกธุรกิจมาอย่างยาวนานผศ.ดร.กฤษณา ศิรเลิศมุกุล อาจารย์นักวิจัยผู้มีประสบการณ์ยาวนานในวงการวัสดุศาสตร์และการเพิ่มมูลค่าวัสดุทางการเกษตรเมื่อทั้งสามคนได้พบกัน พวกเขาตระหนักว่ามีวิสัยทัศน์ร่วมกัน – ต้องการเปลี่ยนสิ่งที่คนมองว่า "ขยะ" ให้กลายเป็น "คุณค่า" และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบริษัทของเราในปี 2568ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ว่า ความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัทที่ให้บริการที่ปรึกษาด้าน Waste to Value โดยเฉพาะกับวัสดุ Upcycled และพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเรามีความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่มีประโยชน์ต่อคนและโลกจะคงอยู่ได้ยาวนาน และนั่นคือเหตุผลที่บริษัทเรามุ่งมั่นสรรสร้างสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่สร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ที่ทุกคนตระหนักว่าทรัพยากรทุกชิ้นมีคุณค่า และสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสร้างสรรค์

mock-image-alt

ความยั่งยืนที่แท้จริงคืออะไร

BusinessEco-friendly

หลายคนคิดว่าความยั่งยืนคือการรีไซเคิล แต่จริงๆ แล้วมันลึกกว่านั้นมากรีไซเคิล (Recycle) คือการนำวัสดุเก่ามาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ แต่กระบวนการนี้มักจะทำให้คุณภาพของวัสดุลดลง ใช้พลังงานสูง และสร้างมลพิษในกระบวนการผลิต เหมือนกับการนำขวดพลาสติกมาหลอมแล้วทำเป็นขวดใหม่ ซึ่งแต่ละครั้งคุณภาพของพลาสติกจะด้อยลงเรื่อยๆแต่ อัพไซเคิล (Upcycle) คือการยกระดับคุณค่าของวัสดุเดิม โดยไม่ทำลายโครงสร้างหลัก หรือใช้พลังงานน้อยกว่ามาก เป็นการเปลี่ยน "ของเหลือทิ้ง" ให้กลายเป็น "ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่า"ตัวอย่างเช่น เปลือกกาแฟที่เหลือจากการคั่ว แทนที่จะทิ้งไป เราสามารถนำมาสกัดสารอาหาร ทำเป็นเครื่องสำอาง หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าการเอาไปเผาหรือฝังกลบมากความยั่งยืนที่แท้จริง คือการมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้ค่า การใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเปลี่ยน "ขยะ" ให้กลายเป็น "โอกาส"และนั่นคือหัวใจสำคัญของงานที่เราทำ – เราไม่ได้แค่กำจัดปัญหาขยะ แต่เรากำลังสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

mock-image-alt

เทรนด์โลกที่น่าสนใจสำหรับความยั่งยืนในปี 2026-2030

BusinessEco-friendly

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแสแล้ว แต่กลายเป็นความจำเป็น นี่คือเทรนด์สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นและจะทรงอิทธิพลมากขึ้นในอีก 4-5 ปีข้างหน้า1. Circular Economy คือกฎเกณฑ์ใหม่ของโลกสหภาพยุโรปกำลังผลักดันกฎหมายที่บังคับให้ธุรกิจต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2030 ผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถรีไซเคิลหรืออัพไซเคิลได้จะถูกห้ามจำหน่าย2. Bio-based Materials กำลังมาแรงวัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดยเฉพาะวัสดุจากเศษเหลือทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ชานอ้อย และเปลือกกาแฟ ที่สามารถนำมาทำเป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และแม้แต่ชิ้นส่วนรถยนต์3. Carbon Neutrality เป็นเป้าหมายบังคับประเทศและบริษัทชั้นนำทั่วโลกประกาศเป้าหมาย Net Zero โดยปี 2030 บริษัทที่ไม่มีแผนลดคาร์บอนจะถูกตีตกในตลาดโลก ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก4. ESG กลายเป็นมาตรฐานการลงทุนนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับ Environmental, Social and Governance (ESG) มากขึ้น ธุรกิจที่ไม่มีแนวทางด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนจะได้รับเงินลงทุนยากขึ้น5. Waste to Value คือโอกาสทางธุรกิจใหม่การแปรรูปเศษเหลือทิ้งให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ใช่แค่การช่วยสิ่งแวดล้อม แต่เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เชื้อเพลิงชีวภาพ วัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงอาหารและเครื่องสำอาง6. ผู้บริโภคเลือกแบรนด์ที่ยั่งยืนGen Z และ Millennials ยินดีจ่ายราคาสูงขึ้น 20-30% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แบรนด์ที่ไม่มีนโยบายด้านความยั่งยืนจะสูญเสียฐานลูกค้ารุ่นใหม่ไปสำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสทองที่เราควรคว้า เพราะเรามีเศษเหลือทางการเกษตรมหาศาล มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และมีผู้ประกอบการที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง เราแค่ต้องเปลี่ยนมุมมองจาก "ขยะ" เป็น "ทรัพยากร" เท่านั้น

mock-image-alt

ขยะการเกษตร จากภาระสู่โอกาส ด้วยศาสตร์แห่งการ Upcycle

BusinessEco-friendly

คุณเคยสังเกตไหมว่า สิ่งที่เราเรียกว่า "ขยะ" บางทีมันก็แค่ "ทรัพยากรที่ยังไม่ได้เจอคนที่เข้าใจมัน"ทุกปี ประเทศไทยมีเศษเหลือจากการเกษตรกว่า 80 ล้านตัน ส่วนใหญ่ถูกเผาทิ้ง ฝังกลบ หรือทิ้งไว้ให้เน่าเปื่อยเฉยๆ ไม่ต่างอะไรกับการโยนเงินทิ้งไปวันละหลายล้านบาท แต่ถ้าเราหันมามองมันในมุมใหม่ล่ะ ถ้าเราเริ่มถามว่า "มันมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง" แทนที่จะถามว่า "จะกำจัดมันยังไง"เมื่อเราเริ่มมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้ามนี่คือเสน่ห์ของการ Upcycle..มันไม่ใช่แค่การรีไซเคิลที่เอาของเก่ามาทำใหม่ แต่คือการ "ยกระดับ" ให้สิ่งที่คนมองว่าไร้ค่า กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม ลองนึกภาพดูสิ เศษเหลือแต่ละชนิดมันมีเอกลักษณ์ของมันเอง บางอย่างนุ่มพอทำเป็นเส้นใย บางอย่างแข็งแรงจนทำเป็นวัสดุก่อสร้างได้ บางอย่างเต็มไปด้วยสารดีๆ ที่อุตสาหกรรมความงามหาอยู่ บางอย่างมีพลังงานแฝงอยู่สูงมากการ Upcycle ที่ดีไม่ใช่การบังคับให้ขยะทำอะไรก็ได้ แต่คือการหาจุดที่ "คุณสมบัติของมัน" กับ "สิ่งที่คนต้องการ" มาเจอกันพอดี3 เคล็ดลับที่ทำให้ Upcycle ไม่ใช่แค่ไอเดียดีๆ แต่ได้ผลจริง1. คิดแบบน้ำตก ไม่ใช่แบบเส้นตรงอย่าคิดว่าเศษเหลืออะไรมีประโยชน์แค่อย่างเดียว ลองนึกภาพแบบ "cascading" ดู เหมือนน้ำที่ไหลผ่านหลายชั้น เราอาจสกัดสารที่มีค่าออกมาก่อน ส่วนที่เหลือก็เอาไปทำเป็นวัสดุอื่น และตอนสุดท้ายก็เอาไปเป็นเชื้อเพลิงชีวมาส แบบนี้ทุกส่วนได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ คุ้มค่าสุดๆ2. เทคโนโลยีที่ใช่ ไม่ใช่เทคโนโลยีที่แพงจริงๆ แล้ว เครื่องจักรราคาหลายล้านไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลดีกว่าเสมอไป บางทีวิธีการง่ายๆ แบบการหมักด้วยจุลินทรีย์ การอัดแห้ง หรือแค่การแยกส่วนอย่างฉลาด กลับให้ผลที่ดีกว่าและคุ้มทุนกว่าด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีต้อง "เหมาะสม" กับบริบทของเรา ใช้งานง่าย ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก3. หาตลาดก่อน แล้วค่อยผลิตนี่คือหลุมพรางที่คนเจอบ่อยมาก ตื่นเต้นกับไอเดีย พัฒนาผลิตภัณฑ์ Upcycle สวยๆ แต่พอทำเสร็จกลับหาคนซื้อไม่เจอ วิธีที่ฉลาดกว่าคือเริ่มจากการรู้ว่าตลาดต้องการอะไร แล้วจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์นั้น เช่น ถ้าคนต้องการวัสดุก่อสร้างที่เบา กันความร้อน ราคาไม่แพง เราก็ไปหาเศษเหลือที่มีคุณสมบัติแบบนั้น แล้วค่อยพัฒนามันได้มากกว่าเงินสิ่งที่น่าสนใจของการ Upcycle เศษเหลือทางการเกษตรคือ มันไม่ได้มีโอกาสสร้างเม็ดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ที่สำคัญกว่านั้น…ด้านสิ่งแวดล้อม เราช่วยลดมลพิษจากการเผาขยะ ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ และลดก๊าซเรือนกระจกไปในตัวด้านสังคม เราสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนเกษตรกรรม ทำให้เกษตรกรมีรายได้เสริม และชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นด้านนวัตกรรม เรากำลังสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นของเราเอง ซึ่งอาจกลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีค่าในอนาคตและด้านภาพลักษณ์ ธุรกิจที่ใช้วัสดุ Upcycle ดูดีในสายตาผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนเริ่มต้นอย่างไรดี?ถ้าฟังมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่ามันฟังดูท้าทาย ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิดไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะหรือมีปริญญาเอกด้านวัสดุศาสตร์ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ต้องมีความอยากรู้อยากเข้าใจว่าเศษเหลือที่เรามีมันประกอบด้วยอะไร มีคุณสมบัติอย่างไร มีพันธมิตรที่ดีที่ช่วยเชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี และตลาดเข้าด้วยกัน และที่สำคัญคือต้องมีใจที่พร้อมเรียนรู้ ลองผิดลองถูก ปรับปรุงไปเรื่อยๆเริ่มจากเล็กๆ ทดลองในระดับที่จัดการได้ พอเห็นว่ามันได้ผลจริง ค่อยขยายต่อไปเรื่อยๆขยะการเกษตรของวันนี้ อาจเป็นทองคำของพรุ่งนี้ก็ได้นะ แค่เราต้องรู้วิธีทำให้มันเปล่งประกายเท่านั้นเอง

From AnalysisTo Implementation

ทุกโครงการของ CU Together ดำเนินงานภายใต้กระบวนการที่ชัดเจน ตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหา ไปจนถึงการติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พาร์ทเนอร์มั่นใจในคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนของผลลัพธ์

step background

รับฟังปัญหา และความต้องการ

step background

สำรวจ และวิเคราะห์วัตถุดิบ

step background

ออกแบบและ พัฒนากระบวนการ

step background

ทดสอบ และปรับปรุง

step background

ติดตามผล และให้คำแนะนำ ต่อเนื่อง

รับฟังปัญหา และความต้องการ

Understanding & Alignment

เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจบริบท เป้าหมาย และข้อจำกัดของพาร์ทเนอร์เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานที่สอดคล้องและเป็นไปได้จริง